หลวงพ่อพูล
หลวงพ่อพูล
ขนาด : 9 นิ้ว
สถานที่ : วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม
ราคา : 2,990.00 บาท 2,500.00 บาท

Image

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อพูล อตฺตรกฺโข

วัดไผ่ล้อม
ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม



พระมงคลสิทธิการ หรือหลวงพ่อพูล อตฺตรกฺโข มีนามเดิมว่า “พูล ปิ่นทอง” เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. พ.ศ.2455 ตรงกับปีชวด ร.ศ.131 เป็นปีที่ 3 ในแผ่นดินรัชกาลที่ 6 ณ บ้านเลขที่ 75 หมู่ 5 ต.ดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 10 คน บิดาชื่อ นายจู ปิ่นทอง มารดาชื่อ นางสำเนียง

เริ่มการศึกษาที่ โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม จบชั้นประถมปีที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2461 ได้ศึกษาการอ่านและเขียนอักษรขอมจากปู่แย้ม ปิ่นทอง (ปู่แท้ๆ) ฆราวาสผู้มีภูมิรู้ในเรื่องไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และการแพทย์แผนโบราณ

ใน วัยหนุ่ม หลวงพ่อพูลสนใจวิชาการต่อสู้ตามแบบฉบับลูกผู้ชาย จึงฝึกวิชามวยไทย จนกลายเป็นนักมวยฝีมือดี ว่างจากซ้อมเชิงมวยแล้ว ว่างจากทำไร่ไถนา ก็จะไปหัดเล่นลิเกกับครูจันทร์ คณะแสงทอง แต่ใจไม่รักลิเก ฝึกได้ระยะหนึ่งก็เบื่อ

กระทั่งอายุครบเกณฑ์ทหารก็เข้ารับราชการ เป็นทหาร สังกัดทหารม้ารักษาพระองค์ กองบัญชาการเดิมอยู่แถวสะพานมัฆวานรังสรรค์ กรุงเทพมหานคร ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 7 ได้รับยศนายสิบตรี มีเงินเดือน เดือนละ 2 บาท

หลวง พ่อพูลมักเล่าประสบการณ์สมัยเป็นทหารให้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาฟังอย่างสนุกสนาน ท่านภูมิใจในชีวิตทหาร ให้ช่างวาดภาพแต่งเครื่องแบบเต็มยศไว้เป็นอนุสรณ์ วันนี้ ภาพนี้ยังติดอยู่ในกุฏิหลวงพ่อที่วัดไผ่ล้อม “ชีวิตทหารมีแต่เรื่องสนุก หลวงพ่อ...ชอบเล่าให้ศิษย์ฟัง อายุกว่า 90 ปี ท่านก็มีความจำดี เล่ากี่ครั้ง...กี่รอบ...ก็ไม่มีพลาด”

วันที่ 9 พ.ค. พ.ศ.2480 วันอาทิตย์ ขึ้น 12 ค่ำ ปีฉลู ท่านอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดพระงาม อ.เมือง จ.นครปฐม มีพระครูอุตรการบดี (หลวงปู่สุข ปทุมสุวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดมณี เจ้าอาวาสวัดพระงาม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์ปุ่น เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เริ่มต้นศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย สอบได้นักธรรมตรี พ.ศ.2482

ระหว่าง นี้ ท่านให้ความสนใจศึกษาด้านการเจริญสมาธิจิต ฝึกฝนวิปัสสนา ควบคู่กับการศึกษาวิชาจากคัมภีร์ต่างๆ จากปู่ ด้วยพื้นฐานความรู้ที่มีอยู่ ทำให้ท่านศึกษาถ่ายทอดพุทธาคมได้อย่างรวดเร็ว

ที่วัดพระงามแห่งนี้ ท่านได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์พระเถระชื่อดังหลายรูปด้วยกัน อาทิ หลวงพ่อพร้อม พระเกจิอาจารย์รุ่นสงครามอินโดจีน ผู้ทรงคุณในด้านการสร้างพระปิดตาเนื้อทอง, หลวงปู่สุข วัดห้วยจระเข้, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เป็นต้น

โดยเฉพาะหลวงพ่อเงินได้ให้ความ เมตตาแก่ท่านเป็นพิเศษ ให้คำแนะนำสั่งสอนเรื่องการเจริญสมาธิภาวนา การเขียนอักขระเลขยันต์ การปลุกเสกวัตถุมงคล วิชาอาคมต่างๆ อย่างไม่หวงวิชา

เมื่อ ได้รับคำแนะนำสั่งสอนจนเกิดความมั่นใจแล้ว หลวงพ่อพูลจึงออกธุดงควัตรไปตามป่าเขาลำเนาไพร มุ่งหน้าไปทางลพบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก แสวงหาความวิเวกอยู่พื้นที่ภาคเหนือ เพื่อลดละกิเลส อานิสงส์การธุดงควัตร ทำให้ท่านมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ สมาธิจิตสูง

พ.ศ.2490 ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมว่างลง คณะกรรมการสงฆ์ จ.นครปฐม แต่งตั้งให้หลวงพ่อพูล รักษาการเจ้าอาวาส ต่อมาวันที่ 10 พ.ค. พ.ศ.2492 จึงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการ

สมัยนั้นวัดไผ่ล้อม มีสภาพเป็นเพียงวัดเก่ารกร้าง เดิมทีเป็นป่าไผ่ ชาวมอญที่รัชกาลที่ 4 เกณฑ์เป็นแรงงานบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ ใช้เป็นที่พัก บรรยากาศของวัดร่มรื่นเหมาะแก่สมณะปฏิบัติธรรม

สมัยท่านรักษาการ เจ้าอาวาส เห็นว่าวัดไผ่ล้อมยังไม่มีอุโบสถ จึงปรึกษากับพระเถระผู้ใหญ่และญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ดำเนินการสร้างอุโบสถ โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พ.ศ.2490 กระทั่งเสร็จสมบูรณ์เป็นพระอุโบสถหลังแรก ในปี พ.ศ.2492 หลังจากนั้นท่านก็พัฒนาวัดต่อไป บุกเบิก ถางป่าไผ่ จนได้สร้างศาลาการเปรียญในปี พ.ศ.2535

จากนั้น วัดไผ่ล้อมมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตามลำดับ ด้วยบุญบารมีของหลวงพ่อพูล ทั้งนี้ หลวงพ่อพูลเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในเมตตามหานิยม และด้านการปลุกเสกพระขุนแผน-กุมารทอง จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ

วัดมีโบสถ์มี ศาลาการเปรียญ ไม่ช้าวัดไผ่ล้อมก็ได้โรงเรียนพระปริยัติธรรม ญาติโยมยิ่งหลั่งไหลเข้ามาทำบุญ บำเพ็ญศีลสมาธิ และศึกษาปฏิบัติธรรม ก็ได้ช่วยสร้างเสนาสนะต่างๆ จากกุฏิสองสามหลัง ก็เพิ่มขึ้นมาจนเต็มพื้นที่ จำนวนพระภิกษุสามเณรเข้ามาจำพรรษาก็มากขึ้น

ต้นปี พ.ศ.2539 อุโบสถหลังเก่าเริ่มทรุดโทรมมาก ประกอบกับน้ำก็ท่วมบ่อยๆ จึงได้สร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติหลังใหม่ ปลายปีก็สร้างศาลากลางน้ำ ศาลากลางน้ำเป็นบ่อน้ำ ญาติโยมใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ท่านเลยปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ต่อมาดำเนินการสร้างฌาปนสถานไร้มลพิษ พร้อมศาลาอเนกประสงค์ไว้ใช้ในพิธีต่างๆ ในวัด ซึ่งดำเนินการรุดหน้าไปมาก

นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้อุปถัมภ์สร้างโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) เพื่อเป็นสถานศึกษาสำหรับเยาวชนด้วย

ต่อ มาสวนอายุวัฒนมงคล 90 ปี ถูกสร้างขึ้นใช้เป็นที่สำหรับญาติโยมได้พักผ่อนจิตใจ เดินดูต้นไม้ พูดคุยกับต้นไม้ “ต้นไม้ทุกต้น มีธรรมะของพระพุทธเจ้า” หลวงพ่อพูลสอนเป็นปริศนา

หลวงพ่อพูล ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเมตตามหานิยม ที่ชาวนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงนับถือเลื่อมใส เป็นหนึ่งในพระครูสี่ทิศผู้พิทักษ์องค์พระปฐมเจดีย์ ในสมณศักดิ์ “พระครูปุริมานุรักษ์” ประจำทิศตะวันออก ร่วมกับ พระครูทักษิณานุกิจ (ทิศใต้) คือ หลวงพ่อเสงี่ยม วัดห้วยจระเข้, พระครูปัจฉิมทิศบริหาร (ทิศตะวันตก) คือ หลวงพ่อชิด วัดม่วงตารส และพระครูอุตรการบดี (ทิศเหนือ) คือ หลวงพ่อศรีสุข วัดปฐมเจดีย์ฯ

จากวัดรกร้าง วัดไผ่ล้อม กลายเป็นวัดพัฒนา เป็นศูนย์กลางของชุมชนมีผู้คนหนาแน่น แต่ปัญหาของชุมชนที่เจริญ ก็มักมีปัญหายาเสพติดตามมา หมดปัญหาเรื่องเสนาสนะที่เป็นวัตถุ หลวงพ่อพูลก็ต้องรับภาระแก้ปัญหาคน

“ระยะ หลัง เงินบริจาคที่หลวงพ่อได้ ส่วนใหญ่ใช้ในเรื่องยาเสพติด บางส่วนท่านช่วยจังหวัด จัดซื้อเครื่องตรวจสอบยาเสพติด เมื่อท่านรู้ว่า เด็กนักเรียนในโรงเรียนมีปัญหาติดยาเสพติด ท่านก็ให้เงินใช้ในการรณรงค์ต้านยาเสพติด ท่านบอกว่า รู้ว่าลูกหลานติดยา แล้วท่านก็กลุ้มใจนอนไม่ค่อยหลับ” นี่คือภารกิจล่าสุดของหลวงพ่อพูล...ซึ่งเริ่มมีคนเรียกท่านว่า เทพเจ้าแห่งวัดไผ่ล้อม

ด้วยความเป็นศิษย์กตัญญูกตเวทีต่อบูรพาจารย์ ในวันวิสาขะ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี หลวงพ่อจะจัดพิธีไหว้ครู เพื่อรำลึกพระคุณอาจารย์ทั้งหลาย ในทุกวันพระ จะนิมนต์พระสงฆ์ภายในวัดมารับสังฆทาน เพื่ออุทิศกุศลผลบุญให้บรรพชนและครูบาอาจารย์ ตลอดทั้งเจ้ากรรมนายเวร โดยปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นประจำ

แม้อายุขัยเพิ่มมากขึ้น แต่หลวงพ่อพูลไม่เคยว่างเว้นการปฏิบัติศาสนกิจ กลางวันจะฝึกสมาธิ ภาวนาจิต แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง อันเป็นหนทางแห่งการไม่ยึดติดวัตถุจนเกิดกิเลส

เวลาเช้าจรดบ่าย จะแบ่งเวลาให้ญาติโยมที่มาหาได้พูดคุยปรับทุกข์ สนทนาข้อธรรมะ รวมทั้งการรักษาผู้เจ็บป่วยด้วยวิชาแพทย์แผนโบราณ เป็นการสงเคราะห์ผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็นโดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะแต่ อย่างใด

และที่สำคัญ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 12 ส.ค. พ.ศ.2547 พระครูปุริมานุรักษ์ (หลวงพ่อพูล) วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง นครปฐม ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระมงคลสิทธิการ

ในฐานะพระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระศาสนาและ ประเทศชาติเป็นกรณีพิเศษ สร้างความปลาบปลื้มแก่คณะศิษยานุศิษย์อย่างหาที่สุดมิได้ แต่ในระยะหลัง หลวงพ่อพูล มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ต้องวนเวียนเข้าออกแต่โรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายอยู่เป็นนิจ โดยแพทย์ลงความเห็นให้พักรักษาตัว

วันที่ 31 ธ.ค. พ.ศ.2547 คณะสงฆ์และคณะศิษย์ได้จัดพิธีฉลองสมณศักดิ์พัดยศถวายหลวงพ่อพูล ณ วัดไผ่ล้อม แต่หลังจากนั้นอาการของหลวงพ่อพูล เริ่มทรุดหนัก โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค. พ.ศ.2548 หลวงพ่อพูลเกิดอาการหน้ามืดและขับถ่ายเป็นมูกเลือด ต้องกลับเข้าไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมิติเวช โดยอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ จนถึงวันมรณภาพอย่างสงบในวันวิสาขบูชา ด้วยโรคกระเพาะอาหารติดเชื้อและเสียเลือดในกระเพาะอาหารอย่างเฉียบพลัน เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. พ.ศ.2548 เวลา 14.55 น. ด้วยวัย 93 ปี 68 พรรษา ศพหลวงพ่อพูล ตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาปุริมานุสรณ์ (พูล อตฺตรกฺโข)

ก่อน นี้ท่านเคยเข้ารักษาอาการโรคปอดและลิ้นหัวใจรั่ว จนอาการดีขึ้นจึงกลับวัด ล่าสุดเกิดอาการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร มีเลือดออกจากกระเพาะแต่ผ่าตัดรักษาไม่ได้ เพราะร่างกายอ่อนแอ ทำให้มรณภาพ

ใน การนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ได้อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพ พร้อมด้วยหีบทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนนำร่างหลวงพ่อพูลบรรจุใส่โลงทำด้วยไม้สักทองคำ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้กราบไหว้บูชา

 

บ้านหุ่นขี้ผึ้ง
รับปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ด้วยทีมงานคุณภาพกับราคาที่ย่อมเยาว์

สนใจสอบถามรายละเอียด
หรือต้องการจองพระ   
ติดต่อ คุณเอก ได้ที่เบอร์ 08-9215-8552
หรือที่ email : hunkeephung@hotmail.com

 

 

 

เขียนข้อคิดเห็น

ชื่อของคุณ:


ความคิดเห็น: หมายเหตุ: ไม่รองรับข้อความที่มีรูปแบบ เช่น HTML!

ให้คะแนน: แย่            ดี

พิมพ์รหัสป้องกันสแปม: